Riding the US Mega Wave … Potential for Mega Returns

16 พฤศจิกายน 2563


เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี  จำกัด ได้จัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Riding the US Mega Wave … Potential for Mega Returns”  ชี้ตลาดหุ้นสหรัฐยังไปต่อได้อีกไกล หลังประกาศผลการเลือกตั้งได้ผู้นำคนใหม่ หลายปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดสหรัฐ พร้อมแจ้งเปลี่ยนกองทุนหลักมาเป็น Baillie Gifford Worldwide US Equity Growth Fund ซึ่งมีผลตั้งแต่ 2 พ.ย. 63 เป็นต้นมา

ที่งานสัมมนา คุณ Fraser Thomson ผู้เชี่ยวชาญจาก Baillie Gifford & Co. และ คุณพรชนก รัตน์รุจิกร              ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี  ได้มาร่วมกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางและแนวโน้มตลาดหุ้นสหรัฐภายหลังการเลือกตั้ง โอกาสการเติบโตและสร้างผลกำไรจากการลงทุน ปัจจัยส่งเสริมการเติบโต การคัดเลือกหุ้นและกลยุทธ์ในการจัดพอร์ตของกองทุน พอร์ตการลงทุนในปัจจุบัน และผลการดำเนินการที่ผ่านมา พร้อมนำเสนอ KF-US เป็นกองทุนเด่นสำหรับลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐในระยะยาวนับจากนี้                 ที่ลงทุนในกองทุนระดับ Morningstar 5 ดาว* อย่าง Baillie Gifford Worldwide US Equity Growth Fund
ที่มา: FFS ของกองทุนหลัก ณ 31 ส.ค. 63 โดยการจัดอันดับจาก Morningstar  ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดอันดับของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนแต่อย่างใด

คุณพรชนก กล่าวว่า ถึงแม้ตลาดหุ้นสหรัฐได้ปรับตัวขึ้นมามากแล้วหลังจากเกิดวิกฤติโควิด -19 ตั้งแต่ต้นปีทีผ่านมา แต่มองว่าการปรับขึ้นที่ผ่านมาไม่ได้มาจากการเก็งกำไร แต่เกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีผลกำไรรองรับการเติบโตอย่างแท้จริง เมื่อมองผลประกอบการย้อนหลัง 5 ปี ผลกำไรของตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ 

ที่มา: Bloomberg as of 3 พ.ย. 2563

ทั้งนี้ บลจ.กรุงศรี มองว่า มีโอกาสสูงที่ตลาดหุ้นสหรัฐจะยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปได้อีกในระยะยาว โดยมี 4 ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่
1) การที่เศรษฐกิจได้ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในไตรมาสที่ 2 และ GDP ในไตรมาสที่ 3 ได้ขยายตัวถึง 33% มากกว่าที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับเพิ่มการประมาณการการเติบโตของ GDP สหรัฐในปีนี้
2) การที่ธนาคารกลางของสหรัฐ (FED) จะตรึงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำไปจนถึงปี 2023 เป็นอย่างน้อย และจะยังคงนโยยายทางการเงินและมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยอัดฉีดเงินเข้าซื้อสินทรัพย์ไม่น้อยกว่า 120 พันล้านเหรียญต่อเดือน ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจต่อไป
3) ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ออกมาดีกว่าที่คาด โดยเพิ่มขึ้นถึง 17% จากไตรมาสที่ 2 ทำให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการผลตอบแทนของหุ้นสหรัฐ และสำหรับการคาดการณ์ผลกำไร ในปีหน้าก็มีแนวโน้มที่จะมีเป็นไปในทิศทางที่ดีกว่าตลาดอื่นๆ
4) ปัจจัยการเมืองหลังเลือกตั้ง เนื่องจากไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ทำให้ประเด็นที่เป็นกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราภาษีนิติบุคคล (Corporate Tax) หรือการออกกฎระเบียบคุมเข้มในหุ้นขนาดใหญ่โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะเป็นไปได้ยาก และเชื่อว่าหลังจากนี้ รัฐบาลใหม่จะต้องมีนโยบายการคลังและออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นวาระเร่งด่วน จากเหตุปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา จึงมองว่าหุ้นสหรัฐยังคงมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก  

ที่มา: US Bureau of Economic Analysis, JPMorgan ณ 29 ต.ค. 2563

ด้านคุณทอมป์สัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Baillie Gifford & Co. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาทางเลือกสำหรับการลงทุนในระยะยาว และตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ยังสามารถเข้าลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ แม้ว่าตลาดได้ปรับตัวขึ้นมามากแล้ว แต่ก็ยังถือว่ายังอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้นของการเจริญเติบโต เขามองว่า สหรัฐเป็นตลาดที่ประกอบด้วยบริษัทที่มีนวัตกรรมมากที่สุด เนื่องจากเทคโนโลยีโดยเฉพาะระบบอินเทอร์เน็ต ซอฟท์แวร์ ไอที มีความก้าวหน้าและมีบทบาทสำคัญในเร่งการสร้างความเปลี่ยนแปลงและการเจริญเติบโตให้กับหุ้นอย่างไม่มีข้อจำกัด สร้างโอกาสในการต่อยอดการลงทุนและขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนในระยะยาว 

ที่มา: Baillie Gifford as of 30 Sep 2020. Figures may not sum due to rounding. Excludes cash. This thematic risk analysis is reflective of the team’s views. Stocks may appear in more than one circle if they are exposed to the same thematic risk. Stock name size is representative of holding size.

สำหรับการที่ Ballie Gifford กองทุนชั้นนำจากสหราชอาณาจักรสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากกองทุนมีวิธีการและกลยุทธ์ในการคัดเลือกหุ้นที่แตกต่างจากที่อื่น โดยกองทุนจะมองหาบริษัทที่มีคุณภาพ ทำกำไรได้ดี มีโอกาสเติบโตสูง สามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว ทั้งนี้ กองทุนมีทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 130 คนจะทำการศึกษาวิเคราะห์หาบริษัทที่ทำธุรกิจที่มีความแตกต่าง มีความโดดเด่น มีโอกาสเติบโตแต่ยังถูกมองข้าม หรือยังไม่มีคนสนใจมากนัก
นอกจากนี้ กองทุนพยายามมองหาบริษัทที่มีการนำเทคโนโลยีมาเป็นองค์ประกอบในการสร้างการเติบโตของธุรกิจให้แข็งแกร่ง หรือสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้บริโภค เช่น ธุรกิจออนไลน์ หรือกลุ่มธุรกิจที่เป็นเทรนด์ใหม่เกี่ยวกับสุขภาพ ในมุมมองของการลงทุน กองทุนยังพิจารณาหาบริษัทที่เจ้าของยังคงเป็น         ผู้บริหารกิจการอยู่ สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้สร้างผลกำไรได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด เมื่อมองเห็นโอกาสและอนาคตของกิจการแล้ว กองทุนจึงจะเข้าไปลงทุนและจะลงทุนในระยะยาวอย่างน้อย 5 - 8 ปี 

ที่มา: Baillie Gifford & Co ณ 30 มิ.ย. 63 | รูปภาพจาก Flaticon.com

ปัจจุบัน กองทุนถือครองสินทรัพย์อยู่ประมาณ 30 - 50 หุ้น โดยจะคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพและจะให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เป็นเทรนด์ในอนาคต เช่น นวัตกรรมเกี่ยวกับสุขภาพ ยานยนต์ การค้าและการเงินยุคดิจิตอล เป็นต้น โดยเป็นบริษัทระดับกลางถึงระดับใหญ่ มีโอกาสเติบโตสูง เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม และมีมูลค่าการตลาดไม่น้อยกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ  

ที่มา: Baillie Gifford as of 30 Sep 2020. Totals may not sum due to rounding. Transactions 12 months to 30 September 2020. Complete Sales: 2U, Activision Blizzard, Agios Pharmaceuticals, Facebook, Fortive, Grubhub, Markel, New Relic, Now Inc.​

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นเหนือตลาด แม้จะมีปัจจัยที่ส่งผล
กระทบต่อตลาดโดยรวม เช่น โควิด-19 หรือปัจจัยทางการเมือง กองทุนมองว่าเป็นเพียงผลกระทบในระยะสั้น ขณะที่กองทุนให้ความสนใจกับความสามารถของบริษัทในการทำกำไรมากกว่า และจะพิจารณาลงทุนในบริษัทที่น่าสนใจซึ่งคาดการณ์แล้วว่าจะมีการเจริญเติบโตสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค
เช่น  ที่ผ่านมาได้เลือกลงทุนในหุ้นอย่าง Tesla ผู้ผลิตและจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้า Amazon ผู้นำด้านการค้าปลีกออนไลน์ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ หรือบริษัท Wayfair ผู้นำด้านการขายเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านทางออนไลน์ที่นำเอาเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) มาใช้ บริษัทเหล่านี้ล้วนสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับ
ผู้บริโภคและใช้เทคโนโลยีในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและความเติบโตให้กับอุตสาหกรรม  

ที่มา:  Baillie Gifford & Co ณ 30 มิ.ย. 63 | ผลการดำเนินงานที่แสดงเป็นผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน

สำหรับกองทุนหุ้นสหรัฐของ บลจ. กรุงศรี นั้น ปัจจุบันมีอยู่ 3 กองทุนได้แก่ KF-HSMUS เน้นลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและเล็ก กองทุนที่ 2 KF-HUSINDX เป็นกองทุนแบบ Passive ผลตอบแทนเป็นไปตามดัชนีของตลาด และกองทุนสุดท้าย KF-US ซึ่งจะลงทุนผ่านกองทุนหลัก Baillie Gifford Worldwide US Equity Growth Fund เป็นกองทุนที่มีสไตล์การลงทุนแบบเชิงรุก (Active fund) มีความเชี่ยวชาญในการมองหาโอกาสการลงทุนแบบระยะยาว และมีผลการดำเนินงานที่พิสูจน์ถึงความสำเร็จ  (ที่มา:  Baillie Gifford & Co ณ 30 มิ.ย. 63) 

สำหรับกองทุน KF-US มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน เงินลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกเริ่มต้นที่ 2,000 บาทเท่านั้น นักลงทุนที่สนใจสามารถซื้อได้ที่ บลจ. กรุงศรี ทุกช่องทางและทุกวันทำการกองทุน
พิเศษ: สามารถแลกพอย์บัตรเครดิตกรุงศรีเป็นเงินลงทุนในกองทุนได้แล้ววันนี้ รายละเอียด คลิกที่นี่

คำเตือน

  • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง
  • ความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • เนื่องจาก KF-US ลงทุนกระจุกตัวในทวีปอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | กองทุนมีระดับความเสี่ยง 6: เสี่ยงสูง
  • KF-US ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้


สามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่
บลจ.กรุงศรี จำกัด โทร. 02-657-5757 หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา


ข้อมูลกองทุน KF-US

เอกสารประกอบเปิดด้วยโปรแกรม Acrobat Reader หากท่านไม่มีโปรแกรมดังกล่าว คลิกเพื่อ ดาวน์โหลด โปรแกรม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ย้อนกลับ

สมัครรับข่าวสารการลงทุนกับบลจ.กรุงศรี

 
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน จะมุ่งมั่นรักษาความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ท่านสามารถอ่านประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มกรุงศรีได้ที่เว็บไซต์ www.krungsriasset.com/pdpa/privacy-notice-th